จาก Work Mode สู่ Sleep Mode | เปลี่ยนช่วงเวลาก่อนนอน ให้ร่างกายพร้อมพักผ่อนด้วยเลนส์ส้มและเลนส์แดง
เคยไหม…เลิกงานแล้ว? แต่สมองยังไม่ยอมเลิกงาน ทั้งที่ร่างกายเหนื่อยจนอยากทิ้งตัวลงบนเตียง แต่พอปิดไฟกลับนอนไม่หลับ บางคืนหลับแล้วก็ตื่นกลางดึก หรือเมื่อตื่นเช้ามาก็ยังรู้สึกเหมือนพักผ่อนไม่เต็มที่
ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากเราเหนื่อยไม่พอ แต่อาจเกี่ยวข้องกับแสงที่ดวงตาได้รับในช่วงค่ำ โดยเฉพาะแสงจากมือถือ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และไฟ LED ที่อยู่รอบตัวเราจนเกือบถึงเวลาเข้านอน
วันนี้ SOMDUL ชวนมาทำความเข้าใจว่า ทำไมร่างกายเหนื่อยแล้วแต่ยังไม่ง่วง พร้อมแนะนำการเลือกใช้ เลนส์สีส้มและเลนส์สีแดง ให้เหมาะกับแต่ละช่วงเวลาก่อนนอน
ทำไมเหนื่อยแล้ว แต่ยังไม่ง่วง?
ร่างกายของเรามีนาฬิกาภายในที่ช่วยกำหนดว่า ช่วงไหนควรตื่นตัว และช่วงไหนควรพักผ่อน เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ ร่างกายจะเริ่มหลั่ง เมลาโทนิน ซึ่งมีส่วนส่งสัญญาณว่าใกล้ถึงเวลานอนแล้ว แต่การได้รับแสงในช่วงเย็นและกลางคืน โดยเฉพาะแสงช่วงคลื่นสั้น อาจส่งผลต่อจังหวะการหลั่งเมลาโทนินและนาฬิกาชีวภาพได้
อ้างอิงข้อมูลจาก: PubMed (PMID: 41565717)
จึงไม่แปลกที่บางคืน แม้ร่างกายจะรู้สึกเหนื่อยมาก แต่สมองกลับยังตื่นตัวเหมือนอยู่ใน Work Mode
เลนส์สีส้ม เหมาะกับช่วงที่ยังต้องใช้หน้าจอยังไง?
หลังเลิกงาน หลายคนยังต้องตอบแชต เช็กอีเมล ดูซีรีส์ หรือเล่นมือถือก่อนนอน ทำให้ดวงตายังต้องใช้งานหนักอยู่ไม่ได้พักอย่างจริงจัง
เลนส์สีส้ม จึงเหมาะกับช่วงเวลานี้ เพราะมีส่วนช่วยลดแสงสีฟ้าและแสงช่วงคลื่นสั้นจากหน้าจอและไฟ LED ขณะที่ยังมองเห็นสิ่งรอบตัวได้สะดวกกว่าเลนส์ที่มีสีเข้มมาก
จุดเด่นของเลนส์สีส้ม
- เหมาะกับการใช้งานช่วงหัวค่ำ
- ใช้ระหว่างดูโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์ได้
- ช่วยสร้างช่วงเปลี่ยนผ่านจากเวลาทำงานไปสู่เวลาพัก
- เหมาะสำหรับเริ่มสวมก่อนนอนประมาณ 1–2 ชั่วโมง
งานทดลองของ Burkhart และ Phelps ในปี 2009 ให้ผู้เข้าร่วม 20 คนสวมแว่นเลนส์สีอำพันที่กรองแสงสีฟ้าเป็นเวลา 3 ชั่วโมงก่อนนอน ผลพบว่ากลุ่มที่ใช้เลนส์ดังกล่าวรายงานว่าคุณภาพการนอนดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีขนาดเล็กและประเมินผลจากความรู้สึกของผู้เข้าร่วมเป็นหลัก
อ้างอิงข้อมูลจาก: PubMed (PMID: 20030543)
พูดง่าย ๆ คือ เลนส์สีส้มเปรียบเหมือนช่วงค่อย ๆ พักผ่อนจาก Work Mode ก่อนเข้าสู่เวลาพักจริง ๆ
เลนส์สีแดง ทำไมถึงเหมาะกับช่วงใกล้เข้านอน?
เมื่อใกล้ถึงเวลานอนมากขึ้น เราอาจต้องการลดแสงช่วงคลื่นสั้นลงอีกระดับ
เลนส์สีแดงที่ออกแบบสำหรับช่วงก่อนนอน มักกรองแสงในช่วงที่กว้างกว่าเลนส์สีส้ม ทำให้ภาพที่มองเห็นมีโทนแดงและมืดลง จึงเหมาะกับช่วงที่กิจกรรมต่าง ๆ เริ่มลดลงแล้ว
โดยเลนส์สีแดงเหมาะสำหรับ
- ใช้หน้าจอเป็นเวลานาน
- ทำงานดึกหรือทำงานเป็นกะ
- มีเวลานอนไม่สม่ำเสมอ
- กำลังปรับเวลานอนหลังเดินทางหรือมี Jet Lag
- ต้องการสร้างกิจวัตรก่อนนอนให้ชัดเจนขึ้น
เลนส์สีแดงจึงไม่ได้ทำให้เราหลับทันที และไม่ใช่อุปกรณ์รักษาอาการนอนไม่หลับ แต่มีส่วนช่วยลดแสงที่อาจกระตุ้นความตื่นตัว และช่วยสร้างบรรยากาศให้เหมาะกับการพักผ่อนมากขึ้น
เลนส์สีส้มและเลนส์สีแดง ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองแบบมีจุดประสงค์คล้ายกัน คือช่วยลดแสงช่วงคลื่นสั้นในช่วงก่อนนอน แต่เหมาะกับคนละจังหวะของวัน
เลนส์สีส้ม : เหมาะกับ ช่วงค่ำ ที่ยังต้องตอบข้อความ ทำงาน หรือใช้หน้าจอ เป็นช่วงค่อย ๆ เปลี่ยนจากเวลาทำงานไปสู่เวลาพัก
เลนส์สีแดง : เหมาะกับ ช่วงใกล้เข้านอน เมื่อพร้อมลดกิจกรรมและต้องการให้บรรยากาศรอบตัวสงบลงมากขึ้น
วิธีใช้เลนส์ให้เข้ากับช่วงเวลา
ช่วงค่ำ : หากยังต้องทำงาน ตอบข้อความ หรือดูหน้าจอ สามารถเริ่มใช้ เลนส์สีส้ม ก่อนนอนประมาณ 1–2 ชั่วโมง
ช่วงใกล้เข้านอน : เมื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ เสร็จแล้วและพร้อมพัก สามารถเปลี่ยนเป็น เลนส์สีแดง เพื่อช่วยลดแสงช่วงคลื่นสั้นลงอีกระดับ
คำเตือน : ไม่ควรสวมเลนส์สีเข้มขณะขับรถ ทำงานกับเครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องมองเห็นสีอย่างแม่นยำ
การใช้เลนส์ควรทำร่วมกับการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ก่อนนอน เพื่อให้ร่างกายได้รับสัญญาณที่สม่ำเสมอมากขึ้น
- ลดความสว่างของหน้าจอ
- ปรับไฟในห้องให้นุ่มลง
- หยุดตอบข้อความที่ไม่เร่งด่วน
- ลดเนื้อหาที่กระตุ้นความคิดหรืออารมณ์
- วางโทรศัพท์ให้เร็วขึ้น
- เข้านอนในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน
การนอนที่ดีไม่ได้เริ่มต้นตอนที่เราหลับตา แต่เริ่มจากช่วงเวลาที่เราค่อย ๆ วางงานลง ลดสิ่งกระตุ้นรอบตัว และอนุญาตให้ร่างกายได้เตรียมตัวพัก
โดยเลนส์สีส้ม นั้นเหมาะกับช่วงหัวค่ำที่ยังต้องใช้หน้าจอ ส่วนเลนส์สีแดง นั้นเหมาะกับช่วงใกล้เข้านอนที่พร้อมลดกิจกรรมลงแล้ว
เมื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับเวลา พร้อมปรับแสงในห้องและสร้างกิจวัตรก่อนนอนอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจช่วยให้การเปลี่ยนจาก Work Mode ไปสู่ Sleep Mode เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
หากมีปัญหานอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรืออ่อนเพลียต่อเนื่องจนกระทบชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ


























